มีนักวิ่งอยู่หลายรายที่เสียชีวิตกะทันหันจากการที่ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ที่เกิดจากการไม่ได้ตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียดก่อนลงแข่งวิ่ง ดังนั้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ก่อนลงแข่งวิ่งทั่วไป หรือลงแข่งวิ่งมาราธอนทุกครั้ง ควรเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด

ทำไมนักวิ่งที่ดูแข็งแรงถึงเสียชีวิตระหว่างที่วิ่งได้ ?

นพ.ณัฐพล เก้าเอี้ยน สถาบันหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพระราม 9 ได้ออกมาให้ข้อมูลระบุว่า ในปัจจุับนการวิ่งถือเป็นกีฬาอีกอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา หลาย ๆ คนจึงหันมาออกกำลังกายด้วยการวิ่ง หรือเข้าร่วมวิ่งมาราธอนกันมากขึ้น ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้การวิ่งเป็นปัญหา คือ สุขภาพที่ไม่พร้อมต่อการวิ่ง เพราะสาเหตุนี้อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจนเกิดการหมดสติและเสียชีวิตในขณะที่วิ่งได้

ถึงใจเราจะพร้อมสำหรับการวิ่งแค่ไหน แต่ร่างกายก็ต้องแสดงถึงความพร้อมด้วยเช่นกัน จึงควรไปเข้ารับการตรวจเช็กอย่างละเอียดเสียก่อน หากไม่เตรียมพร้อมไว้ ความผิดปกติของหัวใจก็อาจเกิดขึ้นแบบเงียบ ๆ มันจะไม่ได้แสดงอาการตอนที่เราไม่ได้ใช้ร่างกายหนัก ๆ แต่ตอนที่เราเริ่มออกวิ่ง สิ่งที่ไม่คาดคิดก็อาจเกิดขึ้นได้ แล้วมันจะอันตรายแค่ไหนล่ะ หากลงแข่งวิ่งหนัก ๆ แล้วไม่ตรวจร่างกายให้ดี ในนักวิ่งที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปี สาเหตุความผิดปกติอาจเกิดจากหัวใจที่เต้นปกติ หรือในนักวิ่งที่มีอายุมากแล้ว สาเหตุของการผิดปกติก็อาจเกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบและแตก จนกระทั่งมีลิ่มเลือดอุนตันที่หลอดเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้

ก่อนวิ่งควรตรวจเช็กอะไรบ้าง เพื่อความเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

เช็ก Calcium Score เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ

การตรวจแคลเซียมหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Calcium Detection) ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการเช็กความพร้อมของรายการที่อาจเกิดความเสี่ยงจากโรคหลอดเลือดหัวใจได้ ซึ่ง CT Coronary Calcium Score สามารถตรวจวัดระดับแคลเซียมที่ผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจและสามารถตรวจวัดได้ก่อนมีอาการของโรคหัวใจนานหลายปี โดยค่าที่ได้จะบอกโอกาสของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในอนาคต

นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือผู้ที่สูบบุหรี่ ก็ยังมีเสี่ยงที่ต่อการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้มากขึ้นหลายเท่าตัว จึงควรได้รับการตรวจเพื่อนำข้อมูลไปประกอบการคำนวณอัตราเสี่ยงและมาตรการตรวจรักษาป้องกันที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้

เช็กด้วยการวิ่งบนสายพาน (EST: Exercise Stress Test)

หากจะอธิบายให้เห็นภาพของการตรวจในลักษณะนี้ คือ คล้ายเป็นการเลียนแบบสถานการณ์ตอนที่เรากำลังวิ่งออกกำลังกายจริง ๆ เพียงแต่เป็นการมาวิ่งบนลู่วิ่งสายพานที่โรงพยาบาล โดยจะใช่เครื่องตรวจหาความผิดปกติของระบบหัวใจหลอดเลือดที่ติดอยู่ที่ตัวขณะวิ่ง นับเป็นวิธีการตรวจสมรรถภาพของระบบไหลเวียนเลือด ระบบหายใจ และระบบกล้ามเนื้อโดยรวม ที่จะดูได้ว่าเมื่อมีการออกกำลังกาย หัวใจจะมีความต้องการในการใช้ออกซิเจนจากเลือดเพิ่มมากขึ้น มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจขาดเลือดขึ้นหรือไม่

หากเป็นผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดไปเลี้ยวหัวใจตีบตันอยู่ ก็จะทำให้เลือดเข้าไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอ ส่งผลทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจเปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนั้นในบางราย แพทย์อาจแนะนำให้สวมเครื่อง S-Patch Cardio ซึ่งเป็นเครื่องมือวินิจฉัยหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดต่าง ๆ ที่สามารถป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคหัวใจ หรือหัวใจวายเฉียบพลันได้ โดยเครื่องนี้จะมี AI เข้ามาช่วยในการตรวจจับจังหวะและรูปแบบการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ รวมถึงยังรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ทางคลินิกโดย AI Algorithms ที่ให้ผลการวิเคราะห์เป็นผลเบื้องต้น เป็นประโยชน์สำหรับแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจให้สามารถตรวจสอบผลที่ได้รับและยืนยันผล หรือให้ความเห็น ตลอดจนการวิเคราะห์เพิ่มเติมได้

นักวิ่งที่เริ่มวิ่งจริงจัง ควรให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพก่อนวิ่งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการตรวจสุขภาพของหัวใจที่จะบอกให้เรารู้ลิมิตของการออกกำลังกาย และเป็นการป้องกันภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่ถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักวิ่งหลายคนเสียชีวิตขณะวิ่งได้ การออกกำลังกายของเราจะปลอดภัยและหายห่วงมากขึ้น