แน่นอนว่าตอนนี้คงมีหลายคนกำลังรอจะเข้าไปรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามสถานที่นัดหมายต่าง ๆ และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม เราก็ควรที่จะต้องศึกษาว่ามียาชนิดไหนบ้างที่ต้องงด เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อร่างกายเมื่อได้รับวัคซีน แพทย์จึงได้ออกมาแนะนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ได้รู้กัน นอกเหนือจากการที่เราจะต้องงดออกกำลังกาย งดยกของหนัก และพักผ่อนให้เพียงพอ

ยาชนิดไหนบ้างที่ต้องงดก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19

นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อมูลว่า ผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนถึงแม้จะเกิดได้น้อยมาก ๆ แต่หากป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้จะก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยกลไกของผลข้างเคียงนี้เกิดจาก หนึ่ง วัคซีนโควิด (นอกเสียจากการแพ้เฉียบพลัน) คือ การจุดให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงและมีผลต่อเนื่องทำให้เส้นเลือดหดตัว เกิดลิ่มเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องละเว้นยาที่มีผลดังกล่าว

ข้อมูลจาก สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค ได้แนะนำยาที่ควรงดก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน ดังนี้

  • ยาแก้ปวดไมเกรน
    • ยาชนิดที่ควรงดเป็นเวลา 5 วันก่อนฉีดวัคซีน ได้แก่ Cafergot , Avamigran , Tofago
    • ยาที่ควรงดเป็นเวลา 24 ชั่วโมงก่อนฉีดวัคซีน ได้แก่ Triptan เช่น Relpax
  • ยาต้านอาการซึมเศร้า
    • ยาที่ควรงดเป็นเวลา 24 ชั่วโมงก่อนฉีดวัคซีน ได้แก่ SSRI , SNRI , Tricyclic Antidepressants เช่น fluoxetine , sertraline , escitalopram , venlafaxine , duloxetine , amitriptyline , nortriptyline , imipramine
  • ยาแก้หวัด คัดจมูก เป็นยาในกลุ่มที่มีฤทธิ์ทำให้กระทบต่อเส้นเลือดและหัวใจ
    • Pseudoephedrine ควรงดเป็นเวลา 24 ชั่วโมงก่อนฉีดวัคซีน
  • ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนเพศหญิง ควรงดเป็นเวลา 14 วันก่อนฉีดวัคซีน

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • เฟซบุ๊กเพจ Drama-Addict ได้นำข้อมูลจาก อาจารย์ อรวิน วัลลิภาก อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี และ อาจารย์ โอฬาริก มุสิกวงศ์ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มาแชร์ โดยได้ระบุเอาไว้ว่า ยาคุมกำเนิดชนิดรวมแบบมีเอสโตรเจนนั้นเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ 6 – 15 รายต่อหมื่นราย ส่วนยาคุมกำเนิดแบบฉีด (DMPA) และแบบฝัง จัดอยู่ในกลุ่มยาคุมที่ไม่มีเอสโตรเจน ความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดอุดตันจะน้อยกว่า ดังนั้น หากใช้ยาในกลุ่มที่ไม่มีเอสโตรเจน ความเสี่ยงก็จะน้อยกว่า
  • ในกลุ่มที่ใช้ยาคุมแบบมีความเสี่ยงน้อยอยู่แล้ว เนื่องจากไม่มีเอสโตรเจน เช่น ยาคุมแบบฝัง ยาคุมแบบฉีด ห่วงคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน ไม่จำเป็นจะต้องหยุดการใช้ยาในกลุ่มนี้ สามารถใช้ต่อไปได้
  • เฟซบุ๊กเพจ Drama-Addict ยังได้แนะนำเพิ่มเติมอีกว่า ใครที่ถึงกำเนิดของการฉีดวัคซีนแล้วแต่หยุดยาคุมไม่ทัน ก่อนไปฉีด หรือหลังฉีดวัคซีนต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ ประมาณวันละ 13 แก้ว หรือราว ๆ 3 ลิตร และให้พยายามขยับตัวบ่อย ๆ ไม่ควรนั่งนิ่ง ๆ ทั้งวัน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้
  • ผู้ที่ใช้น้ำมันกัญชา สามารถใช้ต่อได้ไม่หยุด เพียงแต่ต้องไม่เพิ่มปริมาณในการใช้
  • ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ สามารถใช้ยาได้ตามปกติ แต่เมื่อฉีดยาแล้วให้กดนิ่ง ๆ ตรงตำแหน่งที่ฉีดต่ออีก 1 นาทีหลังฉีดวัคซีน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้รอสังเกตอาการในบริเวณที่สถานที่ฉีดอีก 30 นาที
  • ผู้ที่มีประวัติบาดเจ็บศีรษะ หรือเพิ่งจะเกิดอุบัติเหตุที่ศีรษะยังไม่ถึง 3 เดือน หรือมีโรคหลอดเลือดหัว โรคหลอดเลือดสมอง ต้องให้แพทย์ทำการวินิจฉัยอาการก่อนฉีด หากอาการยังอยู่ในภาวะที่ควบคุมไม่ได้ ให้เลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบประสาทและสมองที่อาการยังไม่คงที่ หรือควบคุมอาการของโรคได้ไม่ดี ให้พิจารณาเลื่อนฉีดวัคซีนออกไปก่อน