หากใครที่เป็นสายรักสุขภาพ มักจะหาแต่สิ่งที่มีประโยชน์ให้กับร่างกายอยู่เสมอ แน่นอนว่าต้องรู้จักกับ อะโวคาโด ซึ่งถือว่าเป็นผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง หรืออาจเรียกว่าเป็น ซูเปอร์ฟู้ด ก็ว่าได้ เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับใครที่อยู่ในระหว่างการควบคุมอาหารและอยากมีรูปร่างที่ดี แม้ในบ้านเราจะยังไม่ค่อยคุ้นเคยของรสชาติกับผลไม้ชนิดมากนัก อีกทั้งเมื่อก่อนก็เป็นผลไม้ที่หาซื้อได้ค่อนข้างยากและมีราคาสูง มาจนถึงตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว อะโวคาโด หาได้ง่ายขึ้นและมีราคาที่จับต้องได้ แนะนำว่าให้ไปหาลอง รับรองจะติดใจรสชาติของมัน

4 ประโยชน์จาก อะโวคาโด ที่หลายคนไม่เคยรู้

Lisa Drayer นักโภชนาการประจำสำนักข่าว CNN ได้ออกบอกเล่าเกี่ยวกับประโยชน์ดี ๆ ขออะโวคาโดที่อยากให้ทุกคนได้ลองกิน โดยได้สรุปสั้น ๆ ออกเป็น 4 หัวข้อที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ดังนี้

มีโพแทสเซียมสูง

กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา ได้ระบุเอาไว้ว่า อะโวคาโด 100 กรัม มีโพแทสเซียมอยู่ที่ 485 มิลลิกรัม เมื่อเทียบกับกล้วยในปริมาณที่เท่ากันแล้ว กล้วยมีโพแทสเซียมที่น้อยกว่าเพียง 385 มิลลิกรัมเท่านั้น ซึ่งโพแทสเซียมเป็นสารอาหารที่จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและช่วยลำเลียงสารอาหารในร่างกายให้สามารถถูกนำไปใช้ได้อย่างมีประโยชน์ นอกจากนี้ โพแทสเซียมก็ยังช่วยลดความดันโลหิต เนื่องจากมันจะช่วยทำให้ร่างกายขับเอาโซเดียวส่วนเกินออกมาผ่านปัสสาวะ

อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดีต่อร่างกาย

ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated fats) จะเข้าไปช่วยลดปริมาณของไขมันเลว (LDL) ในร่างกายได้ นอกจากนี้ไขมันชนิดนี้ก็ยังจะเข้าไปช่วยลดการก่อตัวของไขมันที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ลดความเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดอุดตันได้อีกด้วย

มีกากใยอาหารสูง

ในอะโวคาโด 100 กรัม จะมีปริมาณกากใยอาหารอยู่ที่ราว ๆ 7 กรัม โดยอาหารที่มีกากใยสูงนี้จะช่วยให้รู้สึกอิ่มและอยู่ท้องได้นานขึ้น อะโวคาโดจึงถูกจัดเป็นตัวเลือกที่ดีของใคร ๆ หลายคนที่กำลังอยู่ในระหว่างการควบคุมน้ำหนัก อีกทั้ง กากใยอาหารนี้ยังช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือให้เข้าใจง่าย ๆ คือ มันจะลดความเสี่ยงของการเกิดท้องผูกได้นั่นเอง

มีโฟเลตสูง

โดยส่วนมาก ผลไม้ที่มีไขมันสูงจะอุดมไปด้วยโฟเลต ซึ่งในอะโวคาโด 100 กรัม จะมีปริมาณของโฟเลตอยู่ที่ราว ๆ 81 ไมโครกัรม ซึ่งโฟเลตนับว่าเป็นวิตามินบีที่สำคัญต่อการพัฒนาของสมองและยังช่วยบำรุงครรภ์อีกด้วย แนะนำว่า ให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์กินโฟเลตราว ๆ 400 กรัมทุกวัน เพื่อบำรุงให้ลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โดยเฉพาะพัฒนาการของสมองที่จะดีขึ้นและจะช่วยทำให้กระดูกสันหลังแข็งแรงขึ้นอีกด้วย

กินอะโวคาโดยังไงให้ได้ประโยชน์

เริ่มต้นให้เลือกอะโวคาโดที่สุดแล้ว จากนั้นให้สังเกตที่ขั้วว่าเป็นสีน้ำตาลเหลืองรึเปล่า ถ้าใช่ก็ถือว่าได้ เพราะหากขั้วเป็นสีน้ำตาลเข้มนั่นแปลว่าสุกจนเกินไป หรือเขียวอ่อนก็จะอ่อนจนเกินไป ให้ใช้มีดผ่าครึ่งตามแนวยาวรอบ ๆ เม็ดของอะโวคาโดจะอยู่ตรงกลาง แบ่งแกะออกมาเป็นสองซี จากนั้นใช้มีดสับตรงเม็ดเบา ๆ ไม่ต้องลึกมาเพื่อดึงเม็ดออก ให้เอาช้อนค่อย ๆ ขูดเนื้อออกมา หรืออาจจะหั่นเป็นแว่น ๆ แล้วค่อยลอกเปลือกออกมาก็ได้

เมื่อได้เนื้อของอะโวคาโดแล้ว จะกินเปล่า ๆ แบบเพียว ๆ หรือจะนำมาทาบนขนมปังกินแทนเนยก็ได้ นอกจากนั้น ก็ยังสามารถนำไปใส่ในสลัด โยเกิร์ต และอาหารอื่น ๆ ได้เหมือนเหมือนกับการกินผลทั่วไปได้ตามใจชอบ