ประวัติ พระเจ้าเสือ (หลวงสรศักดิ์)
หลวงสรศักดิ์ หรือ พระเจ้าเสือ มีพระนามเดิมว่า เดื่อ เป็นพระโอรสของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กับสนมลับพระองค์หนึ่ง คาดว่าเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าเชียงใหม่ ต่อมาสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระราชทานพระโอรสแก่พระเพทราชาเลี้ยงดู
หลวงสรศักดิ์มีส่วนผลักดันให้พระเพทราชาขึ้นมายึดอำนาจจากสมเด็จพระนารายณ์ จึงเกิดปัญหาการสืบราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระนารายณ์ว่าควรจะเป็นของใคร ระหว่างพระอนุชา 2 องค์คือ เจ้าฟ้าอภัยทศ และเจ้าฟ้าน้อย กับโอรส

พระเจ้าเสือได้รับการแต่งตั้ง
ในที่สุด หลวงสรศักดิ์ก็ได้รับเลือกให้ขึ้นครองราชย์เป็น สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2246 ขณะมีพระชนมายุเพียง 23 พรรษา
พระเจ้าเสือทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถและเข้มแข็ง ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรมและปราบปรามโจรผู้ร้ายอย่างเข้มแข็ง พระองค์ยังทรงส่งเสริมการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม
พระเจ้าเสือ สวรรคต
พระเจ้าเสือทรงครองราชย์เพียง 5 ปี ก็สวรรคตเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2251 ขณะมีพระชนมายุเพียง 28 พรรษา
พระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระเจ้าเสือ ได้แก่
- ทรงปราบปรามโจรผู้ร้ายและรักษาความสงบเรียบร้อยในราชอาณาจักร
- ทรงส่งเสริมการค้าและเศรษฐกิจ
- ทรงส่งเสริมการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม
พระเจ้าเสือ เป็นกษัตริย์ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ทรงเป็นผู้กอบกู้บ้านเมืองจากความวุ่นวายและทรงนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา หลวงสรศักดิ์หรือพระเจ้าเสือเป็นที่รู้จักในนาม “พระเจ้าเสือ” เนื่องจากทรงมีพระอุปนิสัยเด็ดขาด ชอบการล่าสัตว์ ผู้คนจึงเปรียบว่าทรงร้ายดังเสือ
นอกจากนี้ พระเจ้าเสือยังทรงมีบทบาทสำคัญในหนังละครและวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น ละครบุพเพสันนิวาส, ละครพรหมลิขิต, วรรณคดีเรื่อง “พันท้ายนรสิงห์” พระเจ้าเสือทรงเป็นผู้ตัดสินคดีพันท้ายนรสิงห์ให้ประหารชีวิต เนื่องจากพันท้ายนรสิงห์ฝ่าฝืนพระบรมราชโองการ
พระเจ้าเสือเป็นกษัตริย์ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถและเข้มแข็ง ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรมและปราบปรามโจรผู้ร้ายอย่างเข้มแข็ง พระองค์ยังทรงส่งเสริมการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม
