เป็น ‘ไบค์เกอร์’ แต่งตัวยังไงให้ดูเท่ ดูคลาสสิค

ผู้ชาย

เป็น 'ไบค์เกอร์' แต่งตัวยังไงให้ดูเท่ ดูคลาสสิค

คุณผู้ชายคนไหนจะผันตัวไปเป็น ‘ไบค์เกอร์‘ ทั้งที จะดูดีแค่เรื่องของรถมอเตอร์ไซค์สุดที่รักอย่างเดียวไม่ได้ แต่เรื่องของการแต่งตัวก็มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้ดูเท่อย่างเต็มตัวได้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจเวลาไปไหนมาไหน ล่าสุด รอยัล เอนฟิลด์ ได้ร่วมมือกับ Denim Bro กลุ่มที่รวมคนรักยีนส์ได้จัดงาน Blue Bloods ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนพันธุ์แท้ที่มีความชอบในการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ายีนส์และเดนิมให้เข้ากับรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิคคันโปรด แต่งอย่างไรให้ดูเท่ ดูคูล จนกลายเป็นไบค์เกอร์ที่หล่อคลาสสิคก่อนบิดออกไปพร้อมกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจอวดสาวๆ แล้วจะต้องเลือกแต่งตัวแบบไหนล่ะ ลองมาดูไปพร้อมกัน …

เสื้อ

สิ่งแรกที่ไบค์เกอร์ควรให้ความสำคัญ คือ เรื่องของ ‘เสื้อ’ ที่ต้องใส่แล้วให้ความสบาย เนื้อผ้าไม่หนาจนเกินไป ระบายอากาศได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเวลาที่จะต้องออกเดินไปทางไปไกลๆ คุณหนุ่มๆ ขับขี่แล้วจะได้รู้สึกคล่องตัวและให้ความสบายไปตลอดเส้นทาง

แจ็คเก็ต

จะแต่งตัวให้เข้ากับมอเตอร์ไซค์สุดคลาสสิคทั้งที จะลืมใส่เสื้อแจ็คเก็ตหนังที่เสริมความหล่อไม่ได้ ถ้าจะให้ดี แนะนำว่าหนุ่มๆ ควรเลือกแจ็คเก็ตหนังที่เป็นแบบนุ่ม อย่าง ทรง A-2 ที่รูปทรงไม่รัดร่างกายแน่นจนเกินไป มีน้ำหนักประมาณ 18 ออนซ์ เลือกใส่เป็นสีน้ำตาล หรือสีดำ ก็จะช่วยเพิ่มความเข้มและเข้ากันกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินที่เรียกว่า สีอินดิสโก้ ที่เลือกใส่ได้อย่างดี

กางเกง

การเลือกกางเกงสำหรับใส่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะสามารถช่วยปกป้องเราจากอุบัติเหตุในการขับขี่เบื้องต้นได้ในระดับหนึ่ง แต่การจะเลือกใส่กางเกงยังไงให้ดูคลาสสิคเข้ากับมอเตอร์ไซค์คันโปรด ก็ขอแนะนำว่าจะต้องเป็นกางเกงยีนส์ที่มีผ้าเนื้อหนาแบบ Heavy weight ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 18 ออนซ์ขึ้นไป เป็นทรงกระบอกธรรมดา หรือทรงกระบอกใหญ่ จะช่วยเพิ่มความทะมัดทะแมงในการขับขี่ อีกทั้งการเลือกใส่กางเกงผ้ายีนส์ที่เป็นแบบผ้าดิบจะช่วยคงความคลาสสิคให้เข้ากันกับมอเตอร์ไซค์ได้ นอกจากนั้นก็ยังสามารถมีเครื่องประดับเพื่อเพิ่มความเท่เข้าไปเพิ่มเติมได้ อย่าง กระเป๋าสตางค์ที่ทำจากหนัง หรืออาจเป็นโซ่ติดกับกางเกง ก็จะทำให้ดูหล่อมากยิ่งขึ้น

รองเท้า

รองเท้า ก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่เหล่าไบค์เกอร์จะละเลยไม่ได้ เรียกว่าเป็น A-Must Item เลยทีเดียว โดยเฉพาะไบค์เกอร์สายคลาสสิค แนะนำให้เลือกเป็นรองเท้าบูทให้ผลิตมาเพื่อการขับขี่มอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้ความปลอดภัยกับเท้าของเรา ข้อเท้าจะได้ไม่พลิกเวลาที่เข้าเกียร์ ส่วนทรงของรองเท้าที่ตอนนี้สายไบค์เกอร์นิยมกันอยู่จะมี 2 รุ่น คือ ทรงเอ็นจิเนีย เป็นทรงรองเท้าแบบปิดที่มีพื้นหน้า ช่วยไม่ให้เจ็บเท้าเวลากระแทก หรือเกิดอุบัตเหตุ ทั้งยังป้องกันน้ำเข้ารองเท้าเวลาที่ต้องขับมอเตอร์ไซคทฝ่าสายฝนหนักๆ ได้อีกด้วย ต่อกันที่ทรงไอรอน จะต่างจากรองเท้าบูททรงแรกที่พูดถึงไปตรงที่มีเชือกให้ผูก ที่สำคัญ หนุ่มๆ จะเลือกสีไหนก็ได้ตามความชอบ แต่ต้องเลือกให้เข้ากับบุคลิกของเรา หากต้องการเท่ๆ ก็ให้เลือกใส่สีดำ เพราะเป็นสีพื้นที่เข้ากันได้กับการแต่งตัวทุกสไตล์

เครื่องประดับ (Accessories)

ไม่ใช่แค่เสื้อ กางเกง รองเท้าเท่านั้นที่หนุ่มๆ เหล่าไบค์เกอร์ต้องให้ความสำคัญกับการเลือก แต่เรื่องของเครื่องประดับอื่นๆ ก็จะช่วยเสริมความหล่อ เท่ได้มากขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ถุงมือ กระเป๋าสตางค์ หรืออาจเป็นพวงกุญแจสำหรับห้อยกุญแจบิ๊กไบค์คันโปรด จะได้เข้าสู่โหมดคลาสสิคอย่างจริงจัง และที่ลืมไม่ได้ ไม่ควรลืมที่จะใส่หมวกกันน็อคแบบมี windshield บวกกับแว่นตาทรงที่เข้ากันทำให้ลุคโดยรวมของคุณผู้ชายดูเด่นขึ้น จะได้หล่อครบจบใน 1 สไตล์

เป็น 'ไบค์เกอร์' แต่งตัวยังไงให้ดูเท่ ดูคลาสสิค

ผู้ชาย
ผู้ชาย
ส่อง ! 4 ‘สัญญาณ’ ที่บอกว่าเขาคือคนที่ใช่

ถ้าพูดถึงเรื่องของความสัมพันธ์ แน่นอนล่ะว่าคนที่คุยๆ กัน หรืออยู่ในช่วงที่ต้องตัดสินใจว่าจะคบกันต้องคิดไปถึงอนาคตว่า เมื่อผ่านจากช่วงนี้ไปแล้วจะเป็นยังไง เขาเป็นคนที่ใช่ เป็นคู่รักสำหรับเราจริงๆ หรือเปล่า ? เขาพร้อมที่จะเปลี่ยนสถานะจากคนรู้จัก มาเป็นคนรู้ใจรึยัง หรือว่านี่อาจเป็นเพียงโปรโมชั่น 3 เดือนแรกที่ไม่มีพัฒนาเรื่องความสัมพันธ์ใดๆ เพิ่มเติมเลย วันนี้เราจะมาสังเกต ว่าสัญญาณแบบไหนที่บ่งบอกว่าเขาคือคนที่ใช่สำหรับเรา คุณผู้ชายจะต้องเรียนรู้แบบนี้เอาไว้ให้มากๆ เชียว สัญญาณที่ 1 แสดงความรักอย่างสม่ำเสมอ การแสดงออกถึงความรักที่มีให้กันด้วยการ กอด จูบ นั้นเป็นเรื่องปกติที่สะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันยังคงดีอยู่ และยิ่งการแสดงออกด้วยภาษากายแบบนี้ก็จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นแน่นแฟ้นจนเกิดเป็นความรักได้มากขึ้น การแสดงออกเหล่านี้เป็นเครื่องยืนว่าคนที่คุณมีความรู้สึกดีๆ ด้วยมีความรักและความพึงพอใจในตัวคุณมากเพียงใด ถ้าทุกอย่างเป็นไปในด้านบวก ก็จะส่งผลดีต่อความรู้สึกของทั้งสองคน รวมไปถึงจิตที่รู้สึกได้ถึงความมั่นใจว่าเขาคือคนที่ใช่อย่างแน่นอน สัญญาณที่ 2 มีจุดหมายและสร้างคุณค่าในความสัมพันธ์ ไม่จำเป็นว่าคนที่เป็นแฟนกันจะต้องมีความสนใจเหมือนกันไปหมดซะทุกอย่าง มีเพียงอย่างเดียวที่ต้องเหมือนกัน นั่นคือจุดหมายของความสัมพันธ์ว่าเราตั้งไว้อยากให้มันดำเนินไปถึงจุดไหน เพราะหากอีกฝ่าย มีความคิดว่าอยากจะสร้างครอบครัวที่มันคง แต่ตัวเรากลับไม่ได้คิดเช่นนั้น ความไม่ลงรอยกันก็อาจเกิดขึ้น ฉะนั้น เราควรพิจารณาให้รอบด้าน นึกถึงความพร้อมและความเหมาะสมเป็นหลัก ทางทีดีก็ควรจะพูดคุยกันว่าอีกฝ่ายมีแผนถึงอนาคตว่าอย่างไร อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าเราทั้งคู่จะจับพากันเดินไปได้ไกลเท่าไหร่ สัญญาณที่ 3 เอาใจใส่ …